แด่ความฝันที่พังทลายและหัวใจที่แตกสลาย...
posted on 16 Oct 2009 19:06 by darparandaTo The Shattered Dreams & Broken Heart
แด่ความฝันที่พังทลายและหัวใจที่แตกสลาย
1. หาตัวเองไม่เจอ...
2. ขยะเน่า
3. รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้นิสัยเข้าไม่ถึงสันดาน
4. ตายทั้งที่ยังหายใจ...
5. ข้อจำกัดของความแตกร้าว
6. เรื่องตลก-ตลกร้าย
7. เหตุผลบัดซบ
8. เพื่อนแท้
9. ไม่ง่าย
10. ขอบใจ...
11. "อัจฉริยะปัญญาควาย" กับ "ยัยหัวโต"
12. ปัญหาบานปลาย
13. น้องชายที่แสนดี
14. เลือนลาง...
15. เมื่อลมเปลี่ยนทิศ
16. คุ้มแล้ว
17. พร้อมสรรพกลับว่างเปล่า...
18. ติสส์แตก
19. เรื่องของฉัน!
20. ก้าวร้าว-เกรี้ยวกราด-กวนประสาท-หยาบคาย
21. อย่าทำเป็นรู้ดี
22. การพบกันอีกครั้งของโอกาส
23. สวยงามเกินจริงมักลวงตา
24. นางมารน้ำแข็ง
25. ไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหน
26. ความล่มสลายของครอบครัว
27. ดาวที่ถูกเขี่ยทิ้ง
28. อีกครั้ง...ได้มั้ยคะ...
29. อยู่ด้วยกันอย่างนี้...ตลอดไปได้มั้ย...
30. ครั้งสุดท้ายของการพบกัน...
31. ไม่รัก-ไม่บ้า / ไม่เจ็บ-ไม่คลั่ง
32. " มีชีวิตอยู่ต่อไป...ให้ได้นะครับ "
33. สิ้นสุดเสียที...
34. ทำได้แค่เสียใจ...
35. สิ่งที่มีค่าที่สุด
36. คำขอสุดท้าย...
1. หาตัวเองไม่เจอ...
ชุดดำและคราบน้ำตา คือสัญลักษณ์ของการจากลา อย่างไม่มีวันกลับ....
" คุณชลลดาไม่น่าจากไปเร็วอย่างนี้เลย "
" นั่นสิ... "
" ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ "
" ผมเสียใจด้วยนะครับ "
" ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากค่ะ "
ฉัน...ในฐานะลูกสาวของผู้ตาย ที่วันนี้จำต้องเปลี่ยนสถานะและบทบาทจากลูกสาว ไปเป็นเจ้าภาพงานศพของแม่ตัว เอง และเพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในงานต้องอบอวลไปด้วยน้ำตาของความเศร้าโศกมากไปกว่านี้ เจ้าภาพอย่างฉัน จึงทำได้แค่ฝืนยิ้ม,กล่าวทักทาย พร้อมแสดงความขอบคุณกับบรรดาแขกเหร่อที่มาร่วมงานศพของแม่ เท่านั้น...
" แล้วคุณพ่อไม่มาด้วยเหรอคะ " แขกที่น่ารังเกียจ คนนึงถามขึ้น
" คงจะมาวันเผาน่ะค่ะ "
" เหรอคะ ภรรยาตัวเองเสียชีวิตทั้งที ทำไมไม่มาทำหน้าที่สามีที่ดีเลยล่ะคะ "
" คงติดประชุมน่ะค่ะ "
" แต่นี่งานของภรรยาทั้งทีนะคะ จะธุระสำคัญแค่ไหนก็ควรปลีกเวลามาให้ได้สิคะถึงจะถูก ทำแบบนี้เนี้ย เสียชื่อสามีที่แสนดีหมดเลยนะคะ "
" ที่พูดนี่ต้องการอะไรเหรอคะ " เมื่อสิ้นประโยคก็ดูเหมือนว่า บรรดาแขกเหร่อในงานต่างเทความสนใจมาที่ฉัน ราวกับอยากรู้ว่า บทสนทนานี้จะจบลงอย่างไร
" ดิฉัน ก็แค่... "
" คุณมันก็เป็นแค่คนนอก อย่ามาทำเป็นรู้ดีกว่าคนในครอบครัวดิฉันเลยดีกว่า "
" เกิดอะไรขึ้นน่ะพี่แป๋วแหว๋ว "
" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเอิร์ท แต่ท่าทางไอ้พลูโตมันเอาเรื่องมากเลย "
" ดิฉันก็แค่แสดงความเห็นเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายความรู้สึกของใคร "
" บางครั้งนะคะ จะเป็นการดีซะกว่า หากไม่พูดอะไรเลย "
" .....เงียบ..... "
" ขอตัวนะคะ ดิฉันมีเรื่องอีกมากที่ต้องจัดการ คงมีเวลาไม่มากพอที่จะรับฟังความเห็นของคนนอก ที่เก่งแต่นำเรื่องของครอบครัวคนอื่นมาวิพากวิจารณ์ " พูดเสร็จ ฉันก็รีบเดินออกมาจากดงขยะนั่น
" ...ปากร้าย!! เหมือนแม่มันไม่มีผิด!! "
" หล่อนก็อย่าพูดดังสิ เดี๋ยว she ก็กลับมาแว้งกัดหล่อนอีกรอบหรอก "
" ฉันอยากจะตบนังนี่จริงๆ! "
" ก็หล่อนดันไปแขวะ she ก่อนเองนี่ยะ ทางที่ดีนะ ฉันว่าหล่อนกลับไปก่อนเถอะ "
" ทำไมฉันต้องกลับ! "
" นี่หล่อนไม่เห็นสายตาที่คนอื่นเค้ามองหล่อนเหรอยะ ถ้าฉันเป็นหล่อนนะ ฉันคงถอยกลับไปตั้งรับใหม่แล้วหล่ะ ดูซิเนี่ย แต่ล่ะคนมองหล่อนเหมือน... "
" เหมือนอะไร! "
" ใช้สมองคิดหน่อยสิยะว่าที่เค้ามองหล่อนแบบนี้เนี่ย มันเพราะอะไร เรื่องแบบนี้คงไม่จำเป็นต้องให้บอก ให้สอนหรอกนะ "
" เรื่องแค่นี้ฉันรู้หรอกน่า คิดว่าฉันโง่รึไง!! "
" เหรอ! ถ้าฉลาดพอก็อย่าอยู่นานนักสิ! กัดกันเสร็จแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าคนดูเค้าจะจบกับหล่อนด้วยหรอกนะ หวังว่าประสาทการรับรู้ของหูหล่อนคงเคยได้ยินคำว่า "หนังจบแต่อารมณ์ไม่จบ" มาบ้างนะยะ "
" นังนี่! "
" ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ถอยออกไปเถอะ "
" ก็ได้! ฉันกลับก็ได้ อย่าให้ถึงตาฉันบ้างก็แล้วกัน!! "
" หัดกลัวบาป กลัวกรรมไว้ซะบ้างก็ดีนะ เผื่อชั้นภูมิของหล่อนจะได้สูงขึ้นมาบ้าง "
" อย่าให้ถึงตาฉันบ้างก็แล้วกัน!! "
แล้วรถสปอร์ตคันสีแดงจัดก็เร่งเครื่องอย่างสุดกำลัง เพื่อหนีความทุเรศที่ทำทิ้งเอาไว้
" เชอะ! นังแพศยาเอ้ย! นี่งานศพเมียเค้าแท้ๆ ยังจะมีหน้ามาคิดอกุศลอีก บาปกรรมจริงๆ "
***
" พี่พลูโตๆ "
" จ๋าเอิร์ท "
" พี่น่ะสุดยอดมากเลย "
" ขอบใจจ้าเอิร์ท "
" โหแก! สุดยอดๆ!! ว่าแต่นังนั่นมันเป็นใครวะ "
" รสสุคนท์ คนที่ฉันเคยเล่าให้แกฟังนั่นแหละ "
" อีนั่นน่ะเหรอ! ที่ชอบให้ท่าพ่อแกอ่ะ "
" เออ! นังนี่แหละ "
" หน้าด้านโคตรๆ คงอยากเจอพ่อแกมากล่ะสิท่า ถึงได้ลงทุนซะขนาดนี้ "
" ก็แหงล่ะ อุบาทท์ชิบหาย!! แม่ฉันตายแต่มันเสร่อมาให้ท่าพ่อ!! "
" มันก็อุบาทท์ชิบหายจริงๆแหละว่ะ!! แม่งมาให้ท่าพ่อแกในงานของแม่แก จิตใจแม่งทำด้วยห่าอะไรวะ!! "
" พี่ๆครับ แต่เค้าก็ออกไปแล้วนะครับ อย่าอารมณ์เสียกับขยะเน่าชิ้นเดียวเลยครับ "
" ขยะเน่า...! "
" ว้าว!! เอิร์ท แอบปากร้ายเหมือนกันนะเนี่ย ติดหมามาจากไอ้หัวโตล่ะสิท่า "
" อ้าว! ไอ้นี่ๆปาก~ "
" มันก็ต้องฝึกเอาไว้บ้างแหละครับ "
" โล่งอกไปที นึกว่าไอ้หัวโตมันขยายพันธุ์สุนัขใส่ปากเอิร์ทซะอีก "
" น้องฉันน่ะ ร้ายไม่เท่าครึ่งนึงของฉันหรอกยะ "
" แค่เสี้ยวยังไม่เท่าเลยครับ "
" ฮ่าๆ! เชื่อๆ "
" ไม่เลิกนะแก "
" เออๆ เปลี่ยนเรื่องแล้วเว้ย "
" ดี! ได้ฤกษ์ซะที "
" เฮ้ยแก! นี่พ่อแกติดประชุมอยู่จริงๆเหรอวะ "
" โห! เปลี่ยนทีมาเรื่องเครียดเลย พ่อน่ะไม่ได้ประชุมหรอก นั่งกินเหล้าอยู่ที่สวนหลังบ้านต่างหาก "
" อ้าว! "
" พ่อยังทำใจไม่ได้น่ะ... "
" เฮ้ออ...เป็นใครก็ทำใจยากทั้งนั้นแหละ "
" อืมม... "
" แล้วแกล่ะ ทำใจได้รึยัง... "
" ฉันเตรียมรับกับเรื่องนี้มานานแล้ว... "
" .......... "
" แต่พอเอาเข้าจริง ก็อย่างที่เห็น... "
" .......... "
" ทำใจไม่ได้... "
" เฮ้ย...ไม่เป็นไรๆ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแก "
" ขอบใจ... "
" แต่แกเก่งนะเว้ย แกไม่ร้องไห้เลย "
" ฉันไม่อยากร้องให้ใครเห็นต่างหาก "
" .......... "
" ฉันขอร้องไห้คนเดียวดีกว่า... "
" แกยังมีฉันอยู่นะเว้ย "
" ก็แกคนเดียวนี่แหละ ที่ฉันทำอย่างนั้นได้ "
" เออ...ค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย นึกว่าแกจะลืมฉันซะแล้ว "
" เรื่องแบบนี้ละเลยได้ไงเล่า "
" ว่าแล้วว่าแกต้องพูดแบบนี้ "
" ก็เดาถูกแล้วนี่ "
" อื้อ... "
" .......... "
" แล้วนี่...จะกลับเข้างานต่อป๊ะ "
" ไม่ล่ะ ว่าจะกลับไปดูพ่อซะหน่อย "
" งั้นไปด้วย "
" เอิร์ทครับ "
" ครับพี่ "
" เอิร์ทอยู่กับป้าแจ่มก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะกลับไปดูพ่อก่อน "
" ได้ครับพี่ เดี๋ยวเอิร์ทดูทางนี้ให้ "
" มีอะไร โทรหาพี่นะ "
" ครับพี่ "
" เออ! ไปกัน "
" เออ! "
***
ไฟสลัวสองดวงสาดเข้ากระทบตา ได้ไม่แสบเคืองมากนัก...
แก้วใสทรงกลม กับขวดเหล้าทรงสูงตั้งอยู่บนระนาบเดียวกัน
เมื่อไฟสีนวลตาส่องกระทบน้ำสีอำพันในแก้วใส ก่อเกิดเป็นมุมหักเหของแสงไฟส่องกระทบ...ดูสวยดี
เสียก็ตรงที่สีจืดและรสชืดเกินไป ทำให้ลิ้นจับสัมผัสรสได้ไม่ดีเท่าที่เคย...
" แก้วนี้...เพื่อคุณ... "
แก้วที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เติมไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ดื่มไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้...
รู้เพียงว่า เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม...มากเท่าไหร่ก็ไม่พอ...
" และอีกแก้ว เพื่อฉลองวันครบรอบ 21 ปีที่เรา...อยู่ด้วยกัน... "
น้ำตาไหลออก น้ำอำพันไหลเข้า...มันทำงาน...สวนทางกัน
" และอีกแก้ว...เพื่ออาลัย วันที่เรา...จากกัน "
ไร้ความเฝื่อนขมในลิ้นสัมผัส แต่กลับขมเฝื่อน ปวดแปลบ รวดร้าว ทรมานอย่างสาหัสข้างในใจ
" คุณชลลดา คุณทิ้งพวกเราไปได้ยังไง คุณทิ้งผมไปได้ยังไง "
ชีวิตที่เหลือ...จะหายใจต่อไป ได้อย่างไร...
" คุณทิ้งผมไปได้ยังไง... "
เท้าพาตัวก้าว พาตัวก้าวออกไป ออกไปไกลแค่ไหน ไม่ได้หันมอง...
***
" ให้ลุงไปส่งที่ไหนครับ ? "
" บ้านค่ะ "
" งั้นบอกทางให้ลุงด้วยนะครับ "
" ค่ะ "
" พอแกดูพ่อเสร็จแล้ว แกจะกลับเข้างานต่อป่ะ "
" กลับสิ กลับไปรับเอิร์ทไง "
" เออเนอะ ลืมไป "
" ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นไงบ้าง "
" พ่อเหรอ ? "
" อือ... "
" ทำไมอ่ะ... "
" รู้สึก...กังวลบอกไม่ถูก "
" ไม่มีอะไรหรอกแก คิดมาก "
" คงงั้น... "
สักพัก...ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ฝนตก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเอนเอียงไปในทางตรงข้ามกับโชคดีมากกว่า
เหมือนมันกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง...
" ให้ตายสิ! ฝนดันตกซะอีก "
" ตกหนักมากซะด้วย "
" ทำไมมันต้องมาตกตอนนี้ด้วยวะ! "
" เฮ้ยแป๋ว ใจเย็น "
" รถก็ดันติดซะอีก! "
" ฝนตกแล้วรถติด มันเป็นเรื่องธรรมดา "
" แกก็ใจเย็นอยู่ได้! "
" เปล่าเลยแป๋ว ฉันพยายามที่จะใจเย็นอยู่ต่างหาก "
" ........... "
" ฉันพยายามสงบอารมณ์ อย่างแรงเลย "
" เฮ้ยแก...ใจเย็น... "
" เออ...พยายามกดอยู่ "
ไม่มีวี่แววของฝนว่าจะหยุดตก ซ้ำยังกระหน่ำลงมามากกว่าเดิม...
มันน่าปวดประสาทที่การจราจรเป็นอัมภาตษ์ ซึ่งนั่นก็ทำให้สถานการณ์ภายในและภายนอก( รถ )แย่ขึ้นไปอีก
" ฉันอยากจะบ้า...! "
ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด...!
" เหมือนเสียงเครื่องวัดคลื่นหัวใจเลยเนอะ "
" ติดก็ตรงที่มันเป็นเสียงมิเตอร์น่ะสิ "
"ตี๊ด!" เสียงมิเตอร์บ้านั่นกำลังทำให้ฉันคลั่ง
" รู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกคลื่นมิเตอร์เล่นงาน "
" เหอะน่า~ พยายามขำๆหน่อยเถอะ "
" ฉันอยากได้ยาแก้เครียดมากกว่า "
ตี๊ด!
" ไฟเขียวแล้วแก! "
" ดีนะที่มันดังตอนไฟเขียว "
" แกว่าอะไรนะ ? "
" ดีที่มันดังตอนไฟเขียว "
" มิเตอร์น่ะเหรอ "
" ใช่...ไม่งั้นฉันคงประสาทตายไปแล้ว "
" ใจเย็นน่าแก "
" เราติดอยู่บนถนนเกือบยี่สิบนาทีได้ "
" นี่แกจับเวลาไว้ด้วยเหรอ!? "
" เออสิ...ถึงได้หายใจไม่คล่องปอดอยู่นี่ไง "
" ใจเย็นน่าแก ใจเย็น "
" กว่าจะถึงบ้านอีก เฮ้อ...!
" เดี๋ยวก็ถึงแล้วแก ใจเย็น "
" เหยียบไว้อยู่ "
" ฝนตก รถติด นี่ทำให้เราเป็นบ้าได้จริงๆ "
ฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด แม้ว่าจะผ่านด่านอัมภาตษ์ของถนนไปแล้วก็ตามที แต่ก็ใช่ว่าจะผ่านได้ทั้งหมด การจราจรติดขัด ยังคงมีให้เห็นอยู่เป็นระรอก พอๆกับประสาทของฉัน ที่พร้อมจะระเบิดออกมาเป็นระรอกๆ
***
30 นาทีผ่านไปพร้อมสายฝนและแสงไฟบนท้องถนน...
" ตรงไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ "
" ตรงตลอดแล้วเลี้ยวขวานะครับ "
" ค่ะ... "
" แกนี่เก่งเนอะ จำทางกลับบ้านได้ด้วย "
" เด็กหลังห้องก็อย่างนี้แหละ "
" แกก็ไม่ได้เรียนโง่ซักหน่อยนี่หว่า "
" แต่ก็ไม่ดีเลิศนี่เว้ย "
" แล้วเราจะเถียงกันเรื่องเรียนทำไมวะ "
" โทษนะครับ ทางนี้ใช่มั้ยครับ "
" ใช่ค่ะ งั้นแตกประเด็นไปเรื่องอื่นเถอะ "
***
หายใจไม่ออก...
" ทำไมคุณถึงไม่เอาผมไปด้วย... "
" แล้วใครมานอนกลางถนนอย่างนี้วะเนี่ย!? "
" แตกประเด็นเร็วเชียวนะแก "
" ไม่ใช่หัวข้อที่จะพูดถึงเว้ย แต่นี่มันคนเป็นๆ "
" คนเป็นๆนอนกลางถนน! "
" ใช่... "
" ลุงคะ หยุดรถก่อน "
" ครับๆ "
ฉันลดกระจกลงพร้อมยื่นหน้าออกไป
" หน้ามิดพื้นเลย... "
" ไม่มิดหรอก ไม่งั้นตายไปแล้ว "
" แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเค้ายังไม่ตาย "
" ก็ลงไปช่วยเค้าเซ่ แค่นั้นก็รู้คำตอบแล้ว "
" งั้นลงไปช่วยเค้ากันเถอะแป๋ว "
" แกจะบ้าเหรอ!! "
" บ้าเบ้ออะไรกันเล่า! "
" แกจะรู้ได้ยังไงว่าเค้าไม่ใช่คนร้าย! "
" คนร้ายไม่มีวันเอาหน้าตัวเองกดพื้นทั้งๆที่ฝนยังตกอยู่หรอก เค้าจะทำให้ตัวเองหายใจไม่ออกทำไม "
" ก็เรียกร้องความเห็นใจไง ไม่เคยดูข่าวเหรอ ที่ว่าเค้าเห็นคนเจ็บปางตายพยายามขอความช่วยเหลือ แต่พอลงไปช่วยก็กลับโดนไอ้คนนั้นทำร้ายซะเอง "
" แกว่างั้นเหรอ... "
" เออสิ! ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่านะเว้ย "
" เออ ถ้างั้นก็...ว่าไงก็ว่าตามกัน "
" ฉันว่าแกกลับรีบกลับไปหาพ่อแกเถอะ "
" นั่นสิ... "
" ไปต่อเลยค่ะลุง "
" ครับๆ "
" เอาผมไปด้วยสิ... "
" แต่เดี๋ยวซิ เฮ้ย! ลุงๆ "
" อะไรครับหนู "
" จอดรถก่อน! จอดก่อน! "
" ครับๆ "
" เฮ้ย!พลูโต "
" อะไร "
" เค้าใช่พ่อแกรึเปล่าวะ! "
" พ่อฉันไม่มานอนกลางถนนแล้วเอาหน้าจมทรายแบบนี้หรอก "
" ก็ดูอีกทีสิ เค้าเงยหน้าขึ้นมาแล้ว "
ฉันลดกระจกลงอีกครั้งและมองลอดหน้าต่างออกไป แม้ว่าหน้าจะเผยพ้นทรายเพียงนิดเดียว ก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นพ่อตัวเอง
" ใช่! ใช่พ่อจริงๆด้วย! "
" แล้วทำไมมานอนกลางถนนอย่างนี้วะ!! "
" ลงมาช่วยฉันก่อนเถอะ! "
" ได้ๆ! "
ฉันรีบกระวีกระวาดลงจากรถ
" แกใจเย็น!! "
" เย็นไม่ไหวแล้ว!!! "
ฉันรีบพลิกหน้าที่จมกองทรายของพ่อ เป็นกองทรายที่ชื้นน้ำและลึกเป็นแอ่งเล็กๆ คงเกิดจากการที่พ่อฝังหน้าตัวเองลงไป ตัวพ่อชื้นเปียกไปหมด ใบหน้าก็เปรอะด้วยเม็ดทราย ทรายเม็ดเล็กๆกระจายตัวเต็มใบหน้าของพ่อ
" แป๋ว!!! ขอผ้าหรือกระดาษทิชชู่หรืออะไรก็ได้ที่เช็ดทรายออกได้ที!! "
" ได้ๆ!! " แป๋วเองก็ดูลนลานไม่ต่างจากฉัน
" พ่อ! ทำไมพ่อมานอน กลางถนนอย่างนี้ " ฉันพูดพร้อมพยุงร่างที่ไม่ได้สติของพ่อ
" ให้ผมไปกับคุณด้วยสิ ให้ผมไปกับคุณด้วย... "
" ได้แล้วแก! ได้แล้ว!! " แป๋วพูดพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าส่งให้ฉัน
" ขอบใจๆ "
" เออๆ ไม่เป็นไรๆ "
" โถ่...พ่อ " ฉันซับน้ำและเช็ดทรายออกจากหน้าพ่อ
" ทำไมถึงเป็นแบบนี้... " น้ำตาฉันไหลเป็นทางพอๆกับฝนที่ตกลงมาเป็นสาย
" ช่วยพยุงพ่อเข้ารถที... "
" ได้ๆ คุณอาคะ หนูขอโทษนะคะ "
" ลุงคะ ช่วยเปิดประตูให้ที "
" ครับๆ "
" ค่อยๆนะแก ระวังพ่อแกด้วย "
" อือๆ "
แต่เมื่อฉันพาพ่อเข้าไปในรถได้แล้ว ก็กลับคิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป นังบ้าเอ้ย! นาทีเป็น นาทีตายแบบนี้ก็ยังโง่ไม่หาย
" แกจะเอาไงต่อวะ "
" ฉันจะพาพ่อกลับบ้าน "
" ฉันว่าพาพ่อแกไปโรง'บาลเถอะ เพราะไม่รู้ว่าเค้ามานอนตรงนี้นานเท่าไหร่ ฉันกลัวพ่อแกน้ำท่วมปอด "
" น้ำท่วมปอดงั้นเหรอ! "
" ใช่สิ "
" โรงพยาบาล!! โรงพยาบาล!! " ฉันเหมือนคนเสียสติ ลนลาน น้ำตาไหลพราก มือไม้ชาแข็งพอๆกับลิ้นและปากที่ยากเหลือเกินจะบังคับมันให้สงบลงได้
" เฮ้ยแก!! ใจเย็นๆ "
" คุณทิ้งผมได้ยังไง... "
" ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดค่ะ!! "
" ได้ครับ "
" แกใจเย็นนะ
" ฉันไม่รู้แล้วแก ฉันไม่รู้ " ฉันยังคงร้องไห้ไม่หยุด
" พ่อแกไม่เป็นไรหรอก แกอย่าร้องไห้เลย "
" ฉันหยุดร้องไม่ได้...! "
" พ่อแกต้องไม่เป็นไร แกเชื่อฉันสิ "
" หนาว...หนาวจังเลย "
" พ่อ! พ่อหนาวเหรอ!! "
" หนาว หนาว... "
" แก! พ่อฉันหนาว แถมตัวก็สั่นไปหมด!! "
" ห๊า!! พ่อแกตัวสั่นเหรอ ลุง! ลุงเบาแอร์หน่อยได้มั้ย!! "
" ครับๆ "
" เร็วกว่านี้ได้มั้ยคะลุง! "
" สุดแรงแล้วครับหนู! "
" แกใจเย็นก่อนนะ ฉันเชื่อว่าพ่อแกต้องไม่เป็นอะไร "
" ขอให้เป็นอย่างนั้นแล้วกัน ทำไมรถต้องมาติดตอนนี้ด้วยวะ "
" ลุงเลี่ยงไปทางอื่นได้มั้ย! "
" ไม่ได้หรอกครับหนู! ถ้าออกไปก็ต้องย้อนยาวเลย แล้วเสียเวลามากกว่าตรงนี้อีกนะครับ!! "
" มันไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆเหรอเนี่ย!! "
" ไม่เป็นไรค่ะลุง ตรงนี้ก็ตรงนี้ "
" แต่พ่อแก "
" แป๋ว เรามีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทาง ถ้าตอนนี้ตัวเลือกนี้ดีที่สุด เราก็ต้องทำใจ "
" โอ้ย!! ให้ตายเหอะ!!! มันจะติดไปถึงไหนวะเนี่ย!! "
" ไฟเขียวพอดีเลยครับ พอตรงไปแล้วเจอโค้งหน้า ก็ถึงแล้วครับ "
" ไปให้เร็วเลยลุง!! "
" ครับๆ!! "
" เดี๋ยวก็ถึงแล้วนะพ่อ พ่อทำใจดีๆไว้นะ "
" อีกนานมั้ยลุง! "
" จะถึงโค้งหน้าแล้วครับ "
" เหยียบให้มิดเลยลุง!! "
" ครับๆ!! "
เอี๊ยดดดดด!!!!!!
" ถึงแล้วครับ!! "
" เฮ้ยพลูโต! แกจะไปไหนวะ!! "
" ไปตามหมอ!!! "
ฉันวิ่งไปที่แผนกฉุกเฉินอย่างเร็วที่สุด
" ขอเตียงด้วยค่ะ!! "
" คนไข้เป็นอะไรมาครับ "
" ช่วยพ่อหนูด้วย!! ช่วยพ่อหนูด้วย!! "
" คนไข้อยู่ที่ไหนครับ! "
" พ่ออยู่ในรถค่ะ! ช่วยพ่อหนูด้วย ช่วยพ่อหนูด้วย! "
" ครับๆ เร็ว! ไปรับคนไข้ที ! "
" คุณอาๆ เดี๋ยวพลูโตก็มาแล้วนะคะ "
" พ่ออยู่ในรถนี้ค่ะ "
" ครับๆ "
" คุณอาๆ พลูโตมาแล้วค่า "
" คุณครับ ขออนุญาตินะครับ "
" ทำไมคุณทิ้งผมไป... "
" เอาคนไข้ออกมาดีๆ ระวังศรีษะคนไข้ด้วยนะ "
" ครับๆ "
" ถึงโรง'บาลแล้วนะพ่อ "
" พาผู้ป่วยไปห้องฉุกเฉิน ด่วน!!! "
" พ่อ ถึงโรงพยาบาลแล้วนะพ่อ พ่อต้องไม่เป็นไรนะ "
" ทำไมคุณถึงทิ้งผมไป... "
" แก! แกรอฉันด้วย!! "
" โทรตามหมอที ให้มาดูคนไข้ด่วน! "
" ครับๆ ฮัลโหล หมอครับ หมอมาที่แผนกฉุกเฉินด่วนเลยนะครับ "
" อาการคนไข้เป็นไงบ้าง "
" เกรงว่าน้ำจะท่วมปอดน่ะครับ รีบมาเลยนะครับหมอ "
" หมอจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ "
" ครับหมอ "
" คุณคะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวคุณหมอก็มาแล้วค่ะ "
" พ่อ...พ่อต้องไม่เป็นไรนะ "
" หนาว... หนาว... "
" คุณพยาบาลคะ ขอผ้าห่มเพิ่มด้วยค่ะ "
" ได้ค่ะ "
" เดี๋ยวหมอก็มาแล้วนะพ่อ "
" หมอมาแล้วครับ "
" คนไข้อยู่ไหน "
" ทางนี้ครับหมอ "
" พ่อๆ หมอมาแล้ว หมอคะ ช่วยพ่อหนูด้วยค่ะ!! "
" ใจเย็นเว้ยแก "
" เกิดอะไรขึ้นครับ! "
" พ่อนอนอยู่กลางถนนค่ะ ตัวเปียกไปหมด น้ำจะท่วมปอดพ่อมั้ยคะหมอ! น้ำจะท่วมปอดพ่อมั้ยคะ!! "
" เฮ้ยแก! ใจเย็น "
" ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ อยู่ในมือหมอแล้ว คนไข้ต้องปลอดภัยครับ "
" พ่อจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะหมอ ใช่มั้ยคะ!! "
" คนไข้ต้องปลอดภัยครับ! "
" จริงๆนะคะหมอ! จริงๆนะ!! "
" ใจเย็นแก ใจเย็น หมอเค้าบอกแล้วว่าพ่อแกไม่เป็นไร พ่อแกก็ต้องไม่เป็นไร "
" จริงเหรอ... "
" เชื่อหมอเถอะแก "
" พาคนไข้ไปห้อง I.C.U ด่วนเลย "
" ครับหมอ "
" ต้องให้ยาต้านน้ำท่วมปอดก่อน ถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้ล่ะก็ ไม่ดีแน่ "
" ครับๆหมอ "
" คุณไม่ต้องห่วงนะ พ่อของคุณต้องปลอดภัย "
" จริงๆนะคะหมอ "
" หมอสัญญา "
ฉันวิ่งตามบุรุษพยาบาลที่ช่วยกันย้ายตัวพ่อจากแผนกฉุกเฉิน ไปที่ห้อง I.C.U
และนั่งรอ ที่หน้าห้องนั้น...
" ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยวะแป๋ว... "
" มันเป็นเรื่องสุดวิสัยว่ะแก แกอย่าคิดมากเลย "
" ฉันผิดเองแหละที่ปล่อยให้พ่ออยู่คนเดียว นี่ถ้าพ่อเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะไม่ยกโทษให้ตัวเองเลย "
" มันไม่ใช่ความผิดของแกน่ะเว้ย แล้วพ่อแกก็ขออยู่คนเดียวเองไม่ใช่เหรอ แกไม่ได้ปล่อยให้พ่ออยู่คนเดียวซะหน่อย "
" มันก็ผิดอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าฉันเฉลียวใจซักนิด พ่อก็คงไม่เป็นแบบนี้ "
" อย่าโทษตัวเองเลยเว้ย พ่อแกต้องปลอดภัย แกเชื่อฉันสิ "
" อย่าให้พ่อเป็นอะไรเลย... "
***
" ปอดคนไข้เริ่มทำงานปกติแล้ว แต่คงต้องดูอาการซัก 2-3 วัน ทำเรื่อง admit คนไข้ให้หมอด้วยนะ "
" ได้ค่ะ คุณหมอ "
" นำคนไข้ขึ้นห้องพักได้เลยครับ "
" ครับหมอ "
" คุณออกไปคุยกับญาติคนไข้ได้เลยนะ "
" ค่ะ คุณหมอ "
เกือบชั่วโมงแล้วที่เรานั่งรอ, รอ...รอ...รอ และรอ ใจจริงอยากระเบิดประตูให้แตกเป็นเสี่ยงนัก
" เฮ้ยแก! พยาบาลออกมาแล้ว "
" ขอโทษนะคะ คุณสองคนเป็นญาติของผู้ป่วยรึเปล่าคะ "
" ค่ะ ใช่ค่ะ "
" พ่อไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยคะ! พ่อปลอดภัยแล้วใช่มั้ยคะ!! "
" แกใจเย็น "
" ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายแล้วนะคะ แต่เกรงว่าผู้ป่วยคงจะสูดและกลืนน้ำเข้าไป เลยมีภาวะน้ำท่วมปอดเล็กน้อยน่ะคะ
คุณหมอเลยมีความเห็นว่า ให้ผู้ป่วยนอนรอดูอาการซัก 2-3 วัน "
" น้ำท่วมปอดเหรอ ไหนว่าพ่อไม่เป็นไรไง "
" แกไม่ได้ฟังที่เค้าพูดเหรอว่า พ่อแกปลอดภัยแล้ว แต่แค่มีน้ำท่วมปอดเล็กน้อยเฉยๆ "
" แล้วพ่ออยู่ห้องไหนคะ "
" 503 ค่ะ "
" ขอบคุณค่ะ " พูดจบฉันก็รีบวิ่งไป
" เฮ้ยแก!! "
" เอ่อ...คือ "
" คือ...ต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ มันเป็นห่วงพ่อมากน่ะค่ะ เมื่อกี้ห้องอะไรนะคะ "
" 503 ค่ะ "
" อ๋อค่ะ ขอบคุณค่ะ ไอ้พลูโต แกรอฉันด้วยเซ่!! "
" เอ่อ...ห้อง 503 อยู่ทางนี้นะคะ "
" อ๋อ ขอบคุณมากค่ะ "
" เฮ้ย! รอฉันด้วยเซ่!! "
***
ห้อง 503...
" พ่อดูซีดมากเลยแก... "
" เดี๋ยวพ่อแกก็หาย "
" ฉันนี่มันเลวจริงๆเลยว่ะ "
" ใช่ความผิดของแกที่ไหนล่ะเว้ย อย่าว่าตัวเองเลวอย่างนั้นสิวะ "
" ไม่มีลูกคนไหนเลวเท่าฉันแล้วหละ "
" เฮ้อ แกนี่ก็... ว่าแต่แกจะนอนที่นี่เลยใช่มั้ย "
" อืมม...ฉันจะอยู่ที่นี่ "
" ........... "
" ฉันจะอยู่กับพ่อ... "
" งั้นฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแก "
" ไม่เป็นไรหรอก แกกลับบ้านเถอะ แกช่วยฉันเยอะแล้ว "
" ช่วยเยอะที่ไหนวะ เพื่อนกันน่ะ มันไม่มีเยอะไปหรอกเว้ย "
" ปวดหัว... "
" เฮ้ยๆ พ่อแกฟื้นแล้ว "
" พ่อๆ!! "
" พลูโต...ลูก "
" ตื่นแล้วเหรอพ่อ "
" พ่อมาอยู่ที่นี่ได้ไงลูก "
" หนูกับแป๋วพาพ่อมาที่นี่ หมอบอกให้พ่อนอนดูอาการอีกสอง สามวัน "
" แล้วงานของพ่อล่ะ "
" ไม่เป็นไร หนูเข้าประชุมแทนได้ "
" ไม่ได้หรอกลูก มะรืนนี้พ่อต้องเข้าประชุม "
" แต่ร่างกายมันไม่เป็นตามใจสั่งนะพ่อ "
" พ่อรู้... "
" พ่ออยู่ดูอาการที่นี่เถอะ ส่วนเรื่องงาน หนูจัดการได้ หนูก็เป็นหุ้นส่วนคนนึงไม่ใช่เหรอ "
" งั้น...พ่อฝากด้วยนะ "
" ได้ค่ะพ่อ พ่อนอนนะ "
" จ้ะๆลูก "
***
ฉันออกมายืนคุยกับแป๋วข้างนอกระเบียงหน้าต่าง หลังจากที่พ่อหลับไปได้ซักพัก
" นี่แกจะเข้าประชุมแทนพ่อแกจริงๆเหรอ "
" เออสิ สภาพพ่อเป็นแบบนี้แล้วจะให้พ่อไปทำงานได้ยังไง "
" ก็จริง แต่ทำเรื่องลาให้พ่อแกก็ได้ไม่ใช่เหรอวะ "
" ไม่ต้องหรอก ฉันเองก็อยากรู้เรื่องข้างในบริษัทบ้างน่ะ "
" คราวนี้มาแปลกเว้ย เมื่อก่อนไม่เห็นเคยอยากเข้าที่ทำงานพ่อเลยนี่ "
" ฉันมันก็เป็นแค่คนที่ยังหาตัวเองไม่เจอไงแป๋ว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันอยากเป็นอะไร ชีวิตฉันจะไปทางไหน ฉันอยากจะทำอะไรหรือว่าต้องการอะไรฉันยังไม่รู้เลย ฉันตอบตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าอะไรกันแน่ที่ฉันต้องการจริงๆ อะไรกันแน่ที่ชีวิตฉันต้องการมันจริงๆ "
" เฮ้ยแก...เข้าใจว่ะเข้าใจ " แป๋วพูดพร้อมกับตบหลังฉันเบาๆ
" มันเหมือนกับ...ตัวเองติดอยู่กับที่ เหมือนกับมีอะไรซักอย่างดึงให้ฉันติดอยู่ในวังวนของความสับสนในตัวเอง "
" โห!~ใช้ศัพท์ซะ "
" มันหรูไปรึไง "
" โคตรไฮโซเลยแหละ แต่ชอบว่ะ "
" เหรอ... "
" แกพูดแล้วฟังดูดีออก ทำไมไม่ลองเขียนหนังสือดูล่ะวะ "
" จะให้เขียนเรื่องอะไรเล่า "
" นิยายไง!! "
" ฉันก็เคยเขียนค้างอยู่บ้างนะ แต่มันเน่าว่ะ "
" อะไรวะ ที่เน่าอ่ะ "
" เนื้อหาของเรื่องมันเน่า "
" มันเน่าแบบรักแหววแต๋วกระจายรึไง "
" นี่ก็พูดเกินไป มันก็เกี่ยวกับความรักนั่นแหละ แต่เนื้อหามัน...สะกดคนอ่านไม่ได้ "
" ม่ายก๊อดดด!!!!~~ ดูแกใช้ศัพท์สิ "สะกดคนอ่านไม่ได้" "
" ฉันยังหาตัวเองไม่เจอว่ะแป๋ว "
" นักเขียนเนี่ยแหละตัวแกเลย "
" เอาที่ประชุมให้รอดก่อนค่อยพูดเรื่องนี้ต่อทีหลังก็ได้ "
" เฮ้อ~!! แกนี่ หมดอารมณ์เลยเห็นมั้ย อุตส่าห์บิ้วอารมณ์อยู่ตั้งนาน "
" ก็เออ~ ขอบใจที่อุตส่าห์ลงทุน บิ้วอารมณ์ให้แบบไม่หวังผลกำไร "
" ไอ้บ้า! มีที่ไหนวะ ลงทุนแล้วไม่หวังผลกำไร "
" ก็เออเนอะ "
" ไอ้ที่พูดเมื่อกี้น่ะ เอาเก็บไปคิดด้วยแล้วกัน "
" เฮ้ออ~นักลงทุนหน้าเลือด "
" ก็ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าจะไม่เอากำไร "
" ให้เรื่องนั้นมันรอดก่อนแป๋ว แล้วเรื่องนี้ค่อยคิด "
" เออ! ก็ยังดีที่ได้เห็นการเติบโตขึ้นมาบ้าง "
" อะไรวะ ตลาดหุ้นรึไง "
" ก็เรื่องนักเขียนที่ฉันพูดไปน่ะ ยังดีที่ลงทุนไปแล้วไม่เสียเปล่า "
" การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้แน่ใจก่อนการลงทุน "
" ตกลงไอ้ที่ลงทุนไปเนี่ย มันเสียเปล่าหรือไม่เสียเปล่ากันแน่วะ "
" ฮื้มม... "
" อย่าคิดนานสิ! "
" ไม่เสียเปล่าหรอก... "
2. ขยะเน่า
ตัวเลขของอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก สำหรับใครก็ตามที่ได้ใส่ชุดนี้ และนั่นคงเป็นเรื่องจริง...
ฉันดูแก่ลงไปทันตาเมื่ออยู่ในชุดสูท...
สูทเต็มยศ...
" ดูเป็นไงบ้าง...? "
" เหมือนผู้หญิงทำงาน "
" จะบอกว่าแก่ ก็พูดตรงๆเถอะ "
" ไม่หรอกแก คิดมาก "
" แก่จริงๆ... "
" ฉันว่าก็สวยดีนะ "
" สวยเหรอ... "
" อื้อ! "
" ตรงไหนวะที่สวย...ยังมองไม่ออกเลยว่ามันสวยที่ตรงไหน...? "
" คิดมากว่ะแก "
" มันเพิ่มอายุหน้าฉันมากโขเลย... "
" ฝึกให้ชินไว้เถอะ เพราะซักวันแกก็ต้องใส่ชุดนี้อยู่ดี ถ้าแกยังหาตัวเองไม่เจออ่ะนะ "
" ฉันว่า... "
" .......... "
" มันไม่เหมาะกับฉันเลยซักนิด "
" ที่พูดน่ะ อะไรวะ ? "
" ชุดนี้ไง... "
" .......... "
" แล้วก็...ตำแหน่งที่จะได้รับด้วย "
" ฉันรู้ว่าแกไม่อยากได้ แต่ลองๆไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่ "
" ฉันรู้สึกเหมือน... "
" เหมือน... "
" เหมือนกับว่ามันไม่ใช่ฉัน "
" .......... "
" คนที่อยู่ในชุดนี้ไม่ใช่ฉัน... "
" ก็คิดซะว่า...ใช้เรื่องตรงนี้หาตัวเองไปพลางๆก่อนแล้วกัน "
" .......... "
" รีบแต่งหน้าเถอะ "
" อือๆ ส่ง Mascara กับ Bush-On ให้หน่อยสิ "
" ให้แต่งให้เลยมั้ยล่ะ "
" อืมม..ก็ดี "
" งั้นหันหน้ามา ฉันจะแต่งให้สวยเลย "
" ขอบใจ... "
ฉันเหม่อลอย...สายตาของฉันไม่ได้จดจ่อและจับจ้องไปที่ใดเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะ...สมองของฉันมันคิดแต่เรื่องบ้า เรื่องบออยู่ตลอดเวลา
" เฮ้ยแก...เป็นไรรึเปล่าวะ "
" รู้สึกกลัวบอกไม่ถูก... "
" ไม่เป็นไรหรอกแก "
" .......... "
" เดี๋ยวมันก็ผ่านไป... "
" .......... "
" เชื่อฉันสิ "
" อืมม...เดี๋ยวมันก็ผ่านไป "
***
ที่บริษัท...
" ว้าว! ไม่คุ้นเลยกับ Look นี้ "
" ...ค่ะ "
" ดูโตขึ้นมากเลยนะ "
" ค่ะ " แน่สิ! หน้าฉันก็ต้องแก่ขึ้นเป็นธรรมดา ก็อยู่ในชุดนี้นี่นา
" ผมว่าสวยดีนะครับ "
" .......... "
" ดูเหมาะกับคุณชนิสราดี "
" ผมว่าดูโตไปหน่อยนะ "
" ผมว่าไม่หรอกครับ "
" อายุแค่นี้ น่าจะใส่อะไรที่มันเหมาะกับตัวเองน่าจะดีกว่า "
" .......... "
" ผมว่า... "
" เหลืออีกสิบนาที จะต้องเข้าห้องประชุม... "
" .......... "
" ถ้าอย่างนั้น ขอตัวก่อนนะคะ "
" เอ่อ...คะ ครับ "
เฮ้อ...เจอเรื่องไร้สาระแต่เช้า
หวังว่าที่ประชุมคงจะดีขึ้นนะ...
***
9:30 น...
" หัวข้อของวันนี้เกี่ยวกับเรื่องของการประมูล การลงทุน และการขยายกิจการนะครับ "
" 3 หัวข้อ...จะใช้เวลาซักเท่าไหร่นะ "
" การประชุมจะเสร็จสิ้นเวลา 12:30 น. ครับ "
" 3 ชั่วโมง...! บ้ารึเปล่าเนี่ย!! " ( คิดในใจ )
" ถ้าสมาชิกเข้าที่ประชุมพร้อมกันแล้ว ผมจะเริ่มเลยนะครับ "
" จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ " ( คิดในใจเช่นกัน )
" ผมอยากเสนอให้บริษัทเราถือหุ้นร่วมกันกับบริษัท Ommia Corperation ครับ "
" แต่มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคุณพงษ์ศักดิ์ "
" ผมคิดว่าไม่ครับคุณอลงกรณ์ คุณก็เห็นอยู่ว่ามันมีแต่ได้กับได้ "
" แล้วจะให้บริษัทเราไปถือหุ้นร่วมกันกับบริษัทคู่แข่งได้ยังไง "
" Ommia Corporation เค้าเป็นพันธมิตรที่ดีนะครับ "
" ขอโทษนะครับ "
" .......... "
" ที่โต้แย้งกันไป-มานี่มันตรงกับหัวข้อที่จะนำเสนอตรงไหนครับ ? "
" .......... "
" กลับสู่หัวข้อที่จะนำเสนอในวันนี้เถอะครับ "
" .......... "
และก็กลับสู่สภาวะปกติ...
***
3 ชั่วโมงของวันนี้เกี่ยวกับเรื่องการประมูล การลงทุน และการขยายกิจการ...
รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเรียนวิชาอะไรซักอย่างที่เกลียดขึ้นสมอง แต่ก็ต้องทนเรียน และก็ต้องคอยเหลือบมองเวลาที่ข้อมืออยู่ตลอดเวลาพร้อมกับอธิฐานว่า ขอให้เวลามันผ่านไปเร็วๆ...
น่าเบื่อจริงๆ...
***
เที่ยงครึ่งเข้าไปแล้ว...
" สังเกตุได้จากยอดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆของบริษัท Ommia Corporation เมื่อปีที่แล้ว... "
" ก็เห็นพูดมันอยู่แค่หัวข้อเดียว "
" แสดงให้เห็นว่า การลงทุนร่วมกับบริษัท Ommia Corporation จะทำให้บริษัทเราได้กำไร... "
" ใครให้ไอ้บ้านี่มันออกไปพูดวะ... " ( คิดในใจ )
" ทั้งยังได้พันธมิตรเพิ่มขึ้นมาอีก "
" พูดมันอยู่เรื่องเดิมนั่นแหละ วนไปวนมาอยู่ได้ " ( คิดในใจ )
" ผมอยากให้ทุกท่าน นำไปทบทวนดูนะครับ "
" เมื่อไหร่จะจบๆไปซักทีนะ " ( คิดในใจเช่นกัน )
" หัวข้อทั้งหมด ที่นำเสนอในวันนี้ มีใครจะเสนอแนะอะไรบ้างมั้ยครับ "
" อย่ายกมือนะ...! "
" ไม่มีใครเสนอนะครับ ถ้าอย่างนั้น ขอปิดการประชุมครับ "
" เฮ้อ! จบซะที " ฉันถอนหายใจ
" ฉันจะได้พูดออกมานอกใจบ้างซะที "
" คุณภูวดลไม่สบายเหรอครับ "
" ค่ะ " ไอ้หน้าม้อธานินทร์
" วันนี้ก็เลยเข้าประชุมแทนคุณพ่อสินะครับ "
" ค่ะ " ทำไมฉันต้องมาเจอไอ้บ้านี่ด้วยนะ
" เบื่อใช่มั้ยครับ "
" เรื่องธรรมดาที่ต้องมีเบื่อกันบ้าง "
" .......... "
" แต่ก็...ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง "
" เป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งจริงๆนะครับ "
" .......... "
" ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด "
" .......... "
" แบบเนี้ย คุณภูวดลคงภูมิใจมากเลยนะครับ "
" พ่อก็ภูมิใจในตัวฉันเสมอแหละค่ะ "
" นั่นสินะครับ ก็เล่นทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งฉลาดแบบเนี้ย ไม่ภูมิใจได้ไงไหว " ฉันจะบรรยายสายตาที่มันมองฉันยังไงดีนะ มันมองฉันเหมือนกับหมาป่าที่คอยจะหาโอกาสเพื่อแทะโลมลูกแกะยังไงอย่างนั้น คงจะกำลังจินตนาการถึงตอนที่ฉันกับมันอยู่บนเตียงด้วยกันน่ะสิ
" คุณสวยมากเลยนะครับ รู้ตัวมั้ย " ไอ้อุบาทว์นี่เขยิบเข้าประชิดฉัน
" ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ แต่ฉันได้รับมาเยอะแล้ว "
" ผมหลงใหลคุณมากเลย คุณรู้มั้ยครับ " มันพยายามลูบไล้ผมของฉัน
" อย่าแตะต้องตัวฉันค่ะ "
" .......... " คงเพิ่งรู้สึกตัวเลยผงะไป
" และออกไปให้ห่างจากตัวฉันด้วย "
" ผมขอโทษนะครับ แต่มันห้ามใจไม่ได้จริงๆ "
" คุณเคยห้ามใจได้กับเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ "
" ผมขอโทษจริงๆนะครับคุณชนิสรา งั้นให้โอกาสผมแก้ตัวนะครับ "
" .......... " พูดเอง เออเอง เข้าใจไปเอง
" เย็นนี้ว่างไปทานข้าวกับผมมั้ยครับ ไปเถอะนะครับ ถือซะว่าให้โอกาสผมไถ่โทษ ที่ทำเรื่องน่าเกลียดกับคุณเมื่อกี้ "
น่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้วว่ามันทุเรส ผู้ชายดีๆเค้าไม่พยายามฉวยโอกาสกับผู้หญิงหรอกแบบนี้หรอก
" คงไม่ได้ค่ะ บังเอิญว่ามีนัดแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ "
" คุณชนิสราครับ "
" คะ "
" แล้วพรุ่งนี้ล่ะครับ "
" อืมม... "
" .......... " เหมือนหมาป่าหิวโซ นี่คือสายตาและท่าทางที่มันแสดงให้ฉันเห็นอยู่ตอนนี้ ราวกับว่า ถ้าไม่ได้กลืนกินลูกแกะตัวนี้ไปทั้งตัวแล้วจะขาดใจตาย
" ไม่ค่ะ "
" แล้วมะรืนนี้ล่ะครับ "
" ก็ไม่ค่ะ "
" แล้วมีวันไหน ที่คุณจะว่างสำหรับผมบ้างล่ะครับ "
" สำหรับคุณน่ะ จะวันไหนฉันก็ไม่ว่างทั้งนั้นแหละ "
" .......... " คงยิ่งกว่าโดนตบสินะ ถึงได้ออกอาการชาแบบนี้
" เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ... "
" .......... "
" ขอโทษด้วยนะคะ "
" .......... " ฉันจะดีใจกว่านี้ถ้ามันกระอักเลือดชั่วของมันออกมา แทนหน้าเดนมนุษย์ที่ค้างแข็งของมัน
ฉันรีบเดินออกมาก่อนที่มันจะหาทางพยายามรั้งฉันเอาไว้ กลับบ้านไปคงต้องตัดผมส่วนที่มันใช้มือสกปรกนั่นจับต้องผมของฉัน และคงต้องผสมยาฆ่าเชื้อกับน้ำแล้วลงไปแช่ทั้งตัวให้นานเท่าที่จะนานได้ นั่นอาจทำให้กลิ่นน้ำหอมที่สุดเหม็นบรรลัยของมันเจือจางลงได้บ้าง ส่วนชุดสูทโกงอายุนี่ก็ต้องรีบแช่น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับผ้าชนิดแรงที่สุดวิธีนั้นอาจทุเลากลิ่นศพของมันได้ แต่ถ้ายังไม่หมดกลิ่นนั่นล่ะก็ ไม่เผาก็โยนทิ้งนั่นแหละที่ฉันจะทำ
ที่น่าคิดก็คือ ผู้ชายประเภทนี้นี่ทำให้ฉันขยะแขยงได้ขนาดนี้เชียวเหรอ และก็ใช่ ฉันขยะแขยงมาก ทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงมากจนบรรยายออกมาไม่ถูก ผู้ชายที่ชอบฉวยโอกาสนี่เลวจริงๆ คิดว่าใช้สายตาแบบนั้นแล้วฉันจะอ่อนระทวยรึไง เลิกใช้วิธีนี้กับฉันซะทีเถอะ ฉันระอาเต็มทีแล้วกับผู้ชายที่คิดจะใช้ฉันเป็นที่พึ่งเพื่อสำเร็จความใคร่ ในหัวของคนพวกนี้เค้าคิดแต่เรื่องแบบนี้รึไง อุบาทว์จริงๆ
" ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอคะ "
" เรื่องเมื่อกี้น่ะเหรอคะ " นังขยะเน่านี่เอง มิน่าล่ะ กลิ่นเน่าถึงได้แรงเตะจมูกขนาดนี้
" ก็ไม่ใช่เรื่องอื่นนี่คะ "
" คงใจร้ายไปแน่ ถ้าหากไม่บอกให้เค้ารู้ตัวซะก่อน "
" คุณก็รู้นี่คะ ว่าคุณธานินทร์ชอบคุณอยู่ "
" เค้าก็เป็นแค่ผู้ชายที่หวังจะฟันฉันเฉยๆ "
" .......... "
" เค้าไม่ได้คิดจริงจังอะไรหรอกค่ะ จริงมั้ยคะ คุณรสสุคนท์ "
" แต่ดิฉันว่า กับคุณแล้ว เค้าคงจริงจัง "
" ฉันไม่ได้ใส่รองเท้าเบอร์เดียวกับคุณนะคะ "
" .......... "
" เค้าเคยเป็นรองเท้าของคุณมาก่อน เรื่องนี้น่ะ ทุกคนก็ทราบดี "
" .......... " นังขยะนี่อึกอักอยู่ได้ซักพัก จากนั้นก็เริ่มส่งกลิ่นเน่าต่อ
" มันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะที่ต้องเปลี่ยนคู่ใหม่ ในเมื่อคู่เก่ามันทรยศเจ้าของเดิมของมันแล้ว "
" ถ้าไม่รีบไปหาคู่ใหม่ซะก่อน คู่เก่าก็คงไม่กัดเท้าให้แสบเคืองหรอกค่ะ "
" .......... " ขยะชิ้นนี้หน้าเสียทันที แต่ไม่นานนักก็ส่งกลิ่นต่อ
" แล้วคุณชนิสราไม่อยากลองเปลี่ยนรองเท้าดูบ้างเหรอคะ ? รองเท้าคู่นั้นมันคงอยากให้เจ้าของใหม่ใส่มันแทบใจจะขาด "
" ถ้าเป็นเศษเดนรองเท้าจากกองขยะแล้วล่ะก็ การปฏิเสธดูจะเป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่า "
" แต่มันอยากได้เจ้าของใหม่นะคะ "
" แล้วเจ้าของเก่าเดือดร้อนเหรอคะ "
" ก็เปล่าหรอกค่ะ ดิฉันแค่อยากจะหาเจ้านายใหม่ให้มันเฉยๆ ไม่มีคนใส่มันมานานคงจะเหงาน่าดู "
" ฮึ! " ฉันสบถพร้อมยักไหล่
" นี่แค่เสนอความคิดเฉยๆใช่มั้ยคะ "
" ค่ะ แค่เสนอความคิดเฉยๆ "
" ถ้าแค่อยากเสนอความคิดล่ะก็ คิดแค่ในใจก็ได้นะคะ เพราะดิฉัน ไม่อยากฟัง "
" แต่เก็บไว้ดูเล่นก็ได้นี่คะ "
" ถ้าอย่างนั้นก็เก็บไว้เล่นซะเองสิคะ เพราะฉันไม่อยากเล่นของเล่นชิ้นเดียวกับใคร "
" .......... " สีหน้าของขยะชิ้นนี้กระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
" บางที ลีลาบนเตียงเค้าอาจจะพัฒนาขึ้นแล้วก็ได้นะคะ รสชาติมันอาจจะอร่อยกว่าของใหม่ที่กำลังคั่วอยู่ก็ได้ "
" หมายความว่ายังไงคะ! "
" บังเอิญว่าฉัน ให้ท่าไม่เก่งซะด้วยสิคะ "
" .......... "
" เรื่องมันมีที่มาที่ไป "
" .......... "
" ใครทำอะไร ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ "
" .......... "
" ใช่มั้ยคะ "
" .......... " นี่แหละคือคนหน้าเสีย ที่ไม่ใช่แค่หน้าเสีย แต่เสียหน้าไปเต็มๆ
" ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ ขอตัวนะคะ "
" คุณชนิสราคะ "
" อะไรคะ "
" ดิฉันขอเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น ในงานของคุณชลลดาหน่อยได้มั้ยคะ "
" ถ้าคิดว่าเหตุผลฟังขึ้นแล้วล่ะก็ เชิญ "
" ดิฉันไม่ได้มีเจตนาเหมือนอย่างที่พูดไปนะคะ "
" แต่คุณก็ปล่อยมันออกมาแล้วนี่ "
" ............ "
" คุณคงต้องไปฝึกวิธีคิดก่อนพูดมาซะใหม่นะ คุณรสสุคนท์ "
" ............ "
" ความรู้สึกที่คุณมีต่อคุณภูวดลนั้น ฉันทราบดี แต่อย่าคิดให้ดังนักสิ คุณจะดูมีราคามากกว่านี้ หากฉลาดพอที่จะเก็บความรู้สึกแบบนี้ไว้ในใจ "
" ............ "
" และถ้าหัดควบคุมอารมณ์เสียบ้างก็คงดีไม่น้อย "
" ............ "
" สุดท้ายก็...อย่าปล่อยให้คำพูด เป็นนายตัวเอง "
" ............ "
" ดิฉันคงต้องไปจริงๆแล้วล่ะค่ะ เพราะไม่อยากเสียเวลามายืนเสวนากับพวกต่างสายพันธุ์ "
" ............ "
" ขอตัวนะคะ " และอีกครั้งที่ฉันเดินออกมาจากชิ้นขยะเน่านั่น แน่นอนว่า อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นขยะแล้ว ก็ล้วนส่งแต่กลิ่นเน่าเหม็นออกมาทั้งนั้น น่าแปลกที่ชิ้นขยะมนุษย์นี่ นับวันมีแต่จะยิ่งส่งกลิ่นอุบาทว์ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
น่าขยะแขยงจริงๆ...
***
" อีนังลูกไม่มีแม่! คอยดูเถอะ ซักวัน! ฉันจะทำให้มันพินาศล่มจมไปทั้งตระกูล!! ฉันจะทำให้มันพินาศวอดวายตายตามแม่ของมัน! คอยดูเถอะนังชลลดา ฉันจะส่งวิญญาณของนังเด็กนี่ตามแกไปซักวัน!! "
***
จริงอยู่ว่ามันอาจจะฟังดูแรงไปในสิ่งที่ฉันพูด แต่มันก็เหมาะสมแล้วกับคนแบบนี้
ถึงให้แรงมากกว่านี้ ก็คงไม่รู้สึกหรอก
เพราะจิตสำนึกที่ดีมันด้านชาไปหมดแล้ว
บางที...อาจไม่มีหลงเหลืออยู่เลยด้วยซ้ำ
3. รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้นิสัยเข้าไม่ถึงสันดาน
3 เดือนต่อมา...
" เค้ายกเลิกประมูลงานของเรา และก็...ขอถอนหุ้นทั้งหมดด้วย "
" หา! เป็นไปได้ยังไงที่ Zeikou Company จะยกเลิกสัญญากับเราน่ะครับ "
" แต่มันเป็นไปแล้ว "
" แล้วสาเหตุมันเพราะอะไรล่ะครับ "
" Zeikou Company ไม่ไว้ใจการทำงานของบริษัทเรา "
" แล้วมันเรื่องอะไรล่ะครับ "
" เค้าไปพบสัญญาการประมูลอีกฉบับเหมือนที่ทางเค้าได้น่ะสิ "
" แต่เราส่งให้ Zeikou แค่รายเดียวนะครับนาย "
" ไม่ใช่แล้วล่ะภูวดล "
" ............ "
" คุณดูนี่สิ "
" แบบสัญญากับ Contory Company...นี่มันอะไรกัน "
" Zeikou Company คิดว่าเราเล่นไม่ซื่อ ก็เลย...ถอนสัญญาออกไป แล้วก็หุ้นด้วย "
" ............ "
" คุณรู้ไว้เถอะนะ ว่าที่นี่มีหนอนบ่อนไส้ "
" แล้วเราจะอยู่กันยังไงครับนาย เราจะอยู่กันยังไง "
" ผมไม่ทราบ... "
" ............ "
" เราจำเป็นที่ต้องปลดพนักงานออก เพื่อคงบริษัทไว้ "
" ............ "
" ถ้าไม่ทำอย่างนั้น... "
" ............ "
" เราอาจถูกฟ้องล้มละลายได้ "
" ............ "
" คุณคงไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น...ใช่มั้ย คุณภูวดล "
" ...ไม่มีใคร อยากให้มันเกิดขึ้นหรอกครับ "
" แล้วคุณรู้มั้ยว่าใครเป็นนกสองหัว คอยคาบข่าวไปให้ทาง Contory Company "
" ใครครับนาย...? "
" ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนเลย ดูนี่ "
" รสสุคนท์ ฉัตรวิไล "
" เค้าส่งข่าวและทำเรื่องผลงานของเราให้กับ Contory Company "
" ............ "
" เค้าย้ายไปอยู่กับ Contory Company นานแล้ว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เรา...ไม่เคยรู้เลย "
" ............ "
" พวกเราเองก็...ไม่เคยสะกิดใจเลยซักนิด "
" ............ " เหมือนทุกอย่างหายไปในพริบตา มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทัน
" ทำกันได้นะ...คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ "
" รู้นิสัยแต่เข้าไม่ถึงสันดาน "
" อืมม... "
" ผมจะไปคุยกับรสสุคนท์เองครับ "
" แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร คุณภูวดล "
" ก็ยังดีซะกว่านั่งรอ ยืนรอ หรือนอนรอเฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยครับนาย "
" ............ "
***
" รสสุคนท์ "
" คะ คุณภูวดล "
" คุณทำแบบนี้กับบริษัทได้ยังไง "
" ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ "
" หนอนบ่อนไส้ใช่มั้ย ที่เป็นหน้าที่ของคุณ! "
" คุณลืมอะไรไปอย่างนึงนะคะคุณภูวดล ดิฉันทำงานให้กับ Contory Company ไม่ใช่บริษัทของคุณ "
" เพราะคุณใช่มั้ย ที่ทำให้ Zeikou Company ยกเลิกการประมูลและถอนหุ้นจากบริษัทเรา "
" ใช่...ฉันทำได้ทุกอย่าง ก็เพื่อเงินนั่นแหละค่ะ "
" คุณหักหลังบริษัทเราได้ยังไง "
" คุณภูวดลคะ คุณยังมีทางออกอยู่นะคะ "
" ทางออกอะไร "
" ฉันมีข้อเสนอให้คุณมาร่วมทีมกับฉัน "
" ............ "
" มาอยู่กับฉันที่ Contory "
" ............ "
" ที่นี่น่ะ มีตำแหน่งงานให้คุณพร้อม "
" ............ "
" เพียงแค่...คุณตกลงกับฉัน "
" ............ "
" และมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน... "
" ............ "
" คุณคงไม่ปฏิเสธฉัน...ใช่มั้ยคะ "
" ............ " คนๆนี้นี่เลวบริสุทธิ์จริงๆ
" ตอบฉันสิคะ "
" ฮึๆ! "
" มีอะไรน่าขำเหรอคะ "
" ...คุณเป็นคนน่าสมเพชที่สุด เท่าที่ผมเคยรู้จัก "
" ............ "
" ผมปฏิเสธข้อเสนอของคุณ โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลย "
" ทำไมถึงยอมจมปลักอยู่กับไอ้บริษัทไร้อนาคตแบบนี้! "
" มันไม่ไร้อนาคตแน่ ถ้าคนในไม่ทำร้ายพวกเดียวกันเอง "
" ............ "
" ไปอยู่กับพวกทรยศแสนเลิศเลอของคุณเถอะ "
" ............ "
" แล้วคุณจะต้องเสียใจ คุณภูวดล คุณจะต้องเสียใจ "
" ผมเสียใจมาพอแล้วครับ "
" ............ "
" จากนี้ไป อย่าได้มีไมตรีที่ดีต่อกันอีกเลยนะครับ "
" ............ "
" และผมจะขอสาปส่งคนทรยศคนนั้น ขอให้ใครก็ตามที่ทรยศลูกน้องผม ทรยศเจ้านายผม ทรยศบริษัทผมและทรยศผม ผมขอให้คนๆนั้นพบเจอแต่ความพินาศฉิบหาย! ประสบพบเจอแต่ความอัปปรีจรรลัย! ย่อยยับอับปางตายด้วยน้ำมือของตัวเอง! "
" ............ "
" ขอให้คนๆนั้นตาย ด้วยน้ำมือของตัวเอง! "
" แล้วคุณจะต้องเสียใจ คุณภูวดล แล้วคุณจะต้อง...เสียใจ "
" คนที่ต้องเสียใจน่ะ คือคุณ "
" ............ "
ผมก้าวออกไป โดยไม่หันหลังกลับ แม้เพียงเสี้ยวเศษตาก็ยังไม่อยากหันกลับมอง
" รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้นิสัยเข้าไม่ถึงสันดาน "
***
คนอย่างฉันน่ะเหรอ คนอย่างรสสุคนท์น่ะเหรอจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบนั้น
ไม่มีวันซะหรอก...
ฉันไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหรอก
เพราะไม่เคยซักครั้งที่ฉันจะเสียใจให้กับมัน
แล้วก็...ไม่ใช่ครั้งนี้ด้วย
4. ตายทั้งที่ยังหายใจ...
2 เดือนต่อมา...
" ที่สุดแล้วก็ยื้อเอาไว้ไม่ได้... "
" ............ " ทุกคนต่างใจจดใจจ่อ และระคนลนลานกับความจริงที่นายกำลังจะพูดออกไป ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ตั้งใจฟังสิ่งที่นายจะพูดอย่างใจจดจ่อ และรู้สึกลนลานเสียจนมันกระอักมาถึงต้นคอ
" ที่ผมเรียกพวกคุณทุกคนมาในวันนี้ ก็เพราะผม มีเรื่องต้องบอกพวกคุณ "
" เกี่ยวกับบริษัทใช่มั้ยครับนาย... "
" ถูกต้องแล้วภูวดล... "
" ............ "
" ผมก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาโดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมจากการถือหุ้น "
" ............ "
" เราถือหุ้นร่วมกัน... "
" ............ "
" พวกเราก่อตั้งบริษัทขึ้นมาด้วยกัน เหมือนครอบครัวเดียวกัน... "
" ............ "
" และนั่นก็ทำให้ผมเสียใจที่สุด... "
" ............ "
" ที่ทำให้พวกคุณต้องมาลำบากเพราะผม "
" เรื่องหนี้ใช่มั้ยครับนาย "
" ใช่... "
" มันเป็นยังไงล่ะครับบอส "
" ทุกคนต้องโดนกระจายหนี้ คนละไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน " สิ้นคำที่นายพูดก็เหมือนเราทุกคนโดนระเบิดถอดสลักตกลงกลางอก และร่างชิ้นเนื้อเราก็แตกเป็นเสี่ยง
" 10 ล้าน!!! "
" อย่างนี้หมายความว่าไงครับบอส! บอสจะให้ผมใช้หนี้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ!! " เพื่อนร่วมงานคนนึกตื่นตระหนกเสียจนไม่สามารถอดกลั้นได้
" เทวินทร์ ใจเย็นๆ "
" แล้วผมจะอยู่ยังไงครับบอส แล้วผมจะอยู่ยังไง "
" ............ " ไม่มีคำตอบของนาย... ผมเข้าใจ...เพราะถ้าผมเป็นนาย ผมก็คงไม่มีคำตอบให้เหมือนกัน
" ลูก เมียผมก็ต้องหาเลี้ยง แล้วจะให้ผมมานั่งใช้หนี้มากมายมหาศาลแบบนี้นี่มันฆ่ากันชัดๆ!! "
" เทวินทร์ใจเย็นก่อนสิ "
" จะให้ผมเย็นได้ยังไง!! นี่มันหนี้เป็น 10 กว่าล้านนะ!!! "
" ก็ฟังนายอธิบายก่อนสิ "
" คุณเทวินทร์... " นายพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเรียบ ประหนึ่งว่าไม่สะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เปล่าเลย...
" ............ "
" ผมทราบดีเรื่องความรู้สึกของคุณ... "
" ............ "
" แต่...คุณคิดว่าผมไม่โดนเหมือนพวกคุณรึไง "
" ............ "
" เราทุกคนก็อยู่ในสภาพเดียวกันนั่นแหละ "
" ............ "
" ผมก็มีหนี้ที่ต้องชดใช้ "
" ............ "
" ผมก็มีภาระที่ต้องแบกรับ "
" ............ "
" ผมก็มีภรรยา และผมก็มีลูก... "
" ............ "
" ผมก็เหมือนกับพวกคุณนั่นแหละ "
" ............ "
" เจ้านายครับ... "
" ว่ามาอลงกรณ์ "
" บริษัทเรากำลังจะล้มละลายใช่มั้ยครับ... "
" ใช่... "
" ............ "
" เรากำลังจะล้มละลาย... "
" ............ " นี่คือภาวะที่มีคำถามมากกว่ามีคำตอบ แต่คำถามที่มีนั้น มันถูกฝังตัวเบียดกดอัดแน่นอยู่แค่ในใจ
" แต่ที่พวกคุณกำลังจะเจอ มันคงไม่รุนแรงเท่าผมหรอก "
" ............ "
" เพราะที่สุดแล้ว... "
" ............ "
" ผมต้องเป็นบุคคลที่ล้มละลาย...อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... "
" ............ "
" จากนี้ไป ผมก็ขอให้พวกคุณทุกคนโชคดี และจงสู้ต่อไป "
" ............ "
" ถ้าท้อเมื่อไหร่ ให้นึกถึงผม... "
" ............ "
" พวกคุณทุกคนน่ะ โชคดีแล้ว... "
" ............ " นายก้มศรีษะและปิดตาลง ผมรู้ได้ทันทีว่านายปวดร้าวมากแค่ไหน ผมรู้ว่านายอยากร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะ "นาย" ยังคงเป็น "นาย" และเพราะคำว่า "นาย" มันมีอำนาจสะกดน้ำตาของ "นาย" ไม่ให้ไหลออกมา
" โชคดีกว่าผมมากนัก... " นายยังคงก้มศรีษะ และดวงตายังคงปิดสนิท
" ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้เลยเหรอครับนาย "
" ไม่ภูวดล ไม่มี... "
" ............ "
" ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้เลย... "
" แต่เราก็ฟ้องรสสุคนท์กลับได้นี่ครับนาย "
" ภูวดล ผมขอบคุณที่คุณพยายามหาทางแก้ปัญหานี้ให้ผม แต่ว่า...ผมจะมีปัญญาที่ไหนไปฟ้องเค้า ลำพังแค่ค่าทนายอย่างเดียว ผมยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินได้จากทางไหน... "
" ............ " คนพูดก็ปวดร้าว คนฟังก็ร้าวราน
" แต่...ไม่ว่ายังไงก็ตาม อย่าให้ความสิ้นหวังเข้ามาครอบครองจิตใจ "
" ............ "
" และจงอย่าสูญเสียความเป็นตัวเองไป... "
" ............ "
" เพราะไม่มีอะไรแล้ว ที่จะเจ็บปวดไปกว่า การสูญเสียความเป็นตัวตนของตัวเอง... "
" ............ "
" ในที่นี้หมายถึง...สูญเสียตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง "
" ............ "
" ขอให้ทุกคนโชคดีครับ... "
" แป๊ะๆๆ แป๊ะๆๆ!!! "
เสียงปรบมือดังก้องไปทั่ว...ซึ่งนั่นคงเป็นเสียงที่ใช้เพื่อการฉลองและให้เกียรติ กับวาระของการพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะพรากจากกันไป อย่างไม่มีวันกลับ...
เพื่อฉลองและให้เกียรติกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ...
***
3 สัปดาห์ต่อมา...
[ " รายงานข่าวการเสียชีวิตของนายเมธวัช สถิตย์สุข หรือประธานบริษัท Bright Ideas
เจ้าหน้าที่พบศพที่บ้านพักส่วนตัว พร้อมศพของภรรยาและลูกชายวัย 7 ขวบของนายเมธวัช เจ้าหน้าที่ชันนสูตรสันนิฐฐานว่าน่าจะเกิดจากการที่ผู้ตายกินยานอนหลับเกินขนาด ซึ่งผลของการชันนสูตรศพพบว่า ผู้ตายได้ให้ภรรยาและลูกชายกินยานอนหลับก่อนที่ตัวเองจะกินยาตายตาม ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ คงเพราะผู้ตายถูกศาลตัดสินว่าเป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจากบริษัท Bright Ideas ได้ปิดทำการไปเมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่แล้ว โดยมีมูลค่าหนี้สินทั้งสิ้นเกือบ 78 ล้านบาท " ]
" เจ้านาย... "
[ " แล้วเรา จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบ ดิฉันผ่องไพจิตร เอื้องเรืองรอง รายงาน " ]
" ทำไมล่ะครับนาย ทำไมล่ะครับ... "
[ " ตัดมาที่ห้องส่งข่าวนะคะ " ]
" ไม่มีอะไรที่จะเจ็บปวดไปกว่า การสูญเสียความเป็นตัวตนของตัวเองอีกแล้ว ไม่ใช่เหรอครับ "
[ " ก็เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจจริงๆนะคะ คุณพิทักษ์ " ]
[ " เห็นด้วยครับคุณอรอุมา " ]
" ทำไมครับนาย ทำไมครับ... "
[ " เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจจริงๆครับ " ]
" ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับเราด้วย "
[ " ก็เป็นความสูญเสียที่น่าเจ็บปวดมากนะคะ " ]
" ทำไม... ทำไม... ทำไม... "
[ " น่าสงสารมากเลยครับ ลูกชายแค่ 7 ขวบเท่านั้นเอง " ]
" ทำไม!!!! "
[ " เราจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป... " ]
" หยุดพูดซักทีได้มั้ย!!! "
[ " พักชมสิ่งที่น่าสน... " ]
" หุบปากซักที!!! "
เพล้งๆ!!!
" เสียงอะไรน่ะพี่พลูโต "
" เสียงของแตก...หรือว่า ลงไปข้างล่างกันเถอะเอิร์ท "
" ครับๆพี่ "
แกร๊งๆๆ!!!
" เสียงขวดกลิ้งไปมา แล้ว...ทีวี " แน่นอนว่าทีวีพังยับ และเศษแก้วก็กระจัดกระจาย
" พี่พลูโต...เศษแก้วเต็มพื้นเลย "
" พ่อ! " พ่อนั่งตัวทื่อแข็ง และตาช้ำแดงชุ่มน้ำนั้นบอกฉันได้ดีว่า ความสาหัสของชีวิตมาถึงเราแล้ว
" ............ "
" พ่อ! เกิดอะไรขึ้น " พ่อยังคงเงียบ และไม่ตอบคำถามใดๆ
" ............ "
" พ่อเจ็บตรงไหนรึเปล่า "
" อย่ามายุ่งกับพ่อ! " นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อตะคอกใส่ฉัน
" พ่อ... "
" พ่ออยากอยู่คนเดียว มีอะไรทำก็ไปทำซะ!! "
" พ่อ... " ฉันยังคงอึ้งอยู่ และยืนค้างทื่ออยู่อย่างนั้น เหมือนคนไปไม่เป็น และกลับไม่ถูก
" พี่พลูโต "
" ...จ้า "
" พี่เป็นอะไรครับ "
" พี่ไม่เป็นไรหรอกเอิร์ท... "
" พ่อตวาดพี่ใช่มั้ยครับ "
" พ่อคงเครียดน่ะ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็หาย... " ฉันพูดอย่างตะกุกตะกักและลนลานจนเห็นได้ชัด
" ครับ... "
ฉันก้มลงเก็บเศษแก้วที่กระจายอยู่เกลื่อนพื้น ทั้งที่สติไม่ได้อยู่กับร่องกับรอยนัก ฉันต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อให้อาการลนลานของฉันหยุดชะงักลง...
" ให้เอิร์ทช่วยนะครับพี่ "
" ไม่เป็นไรเอิร์ท เดี๋ยวแก้วบาดมือ "
" ถ้าจะบาด เอิร์ทก็ไม่อยากให้มันบาดพี่คนเดียวหรอกครับ "
" .......... "
" ถ้ามันต้องเจ็บ ต้องเลือดไหล เอิร์ทก็จะไม่ยอมให้พี่ต้องเจ็บ ต้องเลือดไหลอยู่คนเดียวหรอกครับ "
" ขอบใจจ้ะ... " คงเหมาะสมที่สุดแล้ว ที่จะพูดออกไป น้องชายฉัน น่ารักและแสนดีอย่างนี้เสมอ
" ก็ผมเป็นน้องพี่นี่ครับ "
" จ้า... "
***
เพราะการจากไปของ 2 ชีวิตที่พ่อรักมากที่สุด...
คนนึงคือคู่ชีวิต...และอีกคนคือพี่ชาย
ซึ่งทั้งรัก ทั้งนับถือ...
ฉันเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียได้ดี...
ความตาย...มันไม่ได้แค่พรากจากแต่เพียงร่างกาย หรือพรากจากแต่เพียงโอกาสที่ได้สัมผัส และได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของคนที่จากไป...
แต่มันได้พรากชีวิต, พรากวิญญาณ, พรากความรัก, และพรากหัวใจ ของคนที่อยู่ไปก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้วทั้งเป็น...
ช่างเป็นบทลงโทษที่สาหัสนัก...เหมือนเป็นการจองจำให้คนที่ยังหายใจ มีสภาพไม่ต่างอะไรจากร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณ
โดยเลือกวิธีทรมานคนเป็นอย่างช้าๆ...
และให้เวลาเป็นตัวกรีดเลือด, เชือดเนื้อ, เฉือนหัวใจ...
เพื่อให้เรานั้นได้ตายไป
ทั้งที่ยังหายใจ...
5. ข้อจำกัดของความแตกร้าว
2 เดือนต่อมา...
" ผมต้องเอารถไปครับ "
" ผมเข้าใจครับ "
" ผมขอโทษครับจริงๆครับ แต่ผมต้องทำตามหน้าที่ "
" ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ เพราะผมไม่มีเงินจ่าย... "
" ............ "
" ถ้าไม่มีเงินให้เค้า ยังไง...เค้าก็ต้องมายึดรถผมซักวัน ผมก็...ทำใจมานานแล้วครับ "
" ผมสงสารคุณจริงๆ สงสารคุณจากใจจริงๆครับ "
" ผมไม่เป็นไรครับ... "
" ............ "
" คุณรีบเอารถไปเถอะ เอามันไปก่อนที่ผมจะรู้สึกผิดต่อภรรยาผมมากกว่านี้ "
แล้วรถของเรา...ก็ถูกขับออกไป
โดยมีน้ำตาของคนที่เคยเป็นเจ้าของ เฝ้ามองอยู่ข้างหลัง ฝืนทนดูการจากไปของมัน เพื่อไปพบกับเจ้าของใหม่...
เจ้าของใหม่ที่มีหัตถ์ของพระเจ้า...
แล้วรถครอบครัวสีน้ำเงินคันใหญ่ ก็ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไป...
พ่อยืนมองรถที่เคยเป็นของเรา แล่นผ่านไปไกลจนลับตา แต่พ่อก็ยังคงมองอยู่อย่างนั้น...
มองทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล...
ส่วนฉันก็ยืน...ยืนมองพ่อตัวเองร้องไห้ แล้วฉันก็ร้องไห้...
ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้วที่ฉัน...ต้องร้องไห้ เพราะว่าฉันทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้มากไปกว่าการร้องไห้อีกแล้ว
เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้...
ได้แค่ปล่อยน้ำตา ให้ไหลออกไป...
***
พ่อยืนมองรูปของแม่อยู่นาน นานพอที่จะรื้ออดีตของความสุขและความเศร้าที่รวดร้าวอย่างจับหัวใจ ให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง
" ผมขอโทษ...ขอโทษที่ผมรักษาสมบัติของคุณไว้ไม่ได้... "
ฉันแอบยืนอยู่ข้างหลังกำแพง เฝ้าดูพ่อร้องไห้ และฉันก็ร้องไห้...
" ผมขอโทษ...ขอโทษที่ผมทำให้ดีกว่านี้ไม่ได้... "
คำขอโทษแล้ว ขอโทษเล่าที่พร้อมใจกันพรั่งพรู และไหลเรียงมาจากพ่อ
ซึ่งถูกผสมให้ลื่นไหลเรียบเคียงตามกันมา ด้วยสมทบของหยดน้ำตา
หยดน้ำตาแล้ว หยดน้ำตาเล่าที่พร้อมเพรียงและไหลเรียงชโลมอาบสองข้างแก้ม...
คนนึงกล้าเผย อีกคนเลือกซ่อน
ฉันกับพ่อ...
และฉันเลือกที่จะซ่อนมัน...
***
ฉันไม่เข้าใจว่าทำไม ปัญหาในชีวิตของคนๆนึงถึงได้มีมากมายนัก และคิดเสมอว่า ชีวิตของคนๆนึงนั้น จะทนรับความเจ็บปวดได้นานซักแค่ไหน
"ทุกอย่างต้องมีข้อจำกัด"
ใช่...ทุกอย่างต้องมีข้อจำกัด ซึ่งเราต่างก็รู้ดีในข้อจำกัดนั้น เพราะนั่นคือกฏบัญญัติ คือข้อตกลงหรือข้อบทอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่ฉันอยากรู้ก็คือ...ข้อจำกัดของการแตกร้าวในความรู้สึก
มันถูกจำกัด ไว้ที่ตรงไหน...
ชีวิต...ทำไมถึงได้เหนื่อยอย่างนี้
เหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ...